มุมมองของนักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญ การประชุม COP26  ทำได้จริง หรือแค่โม้

Spread the love

มุมมองของนักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญ การประชุม COP26  ทำได้จริง หรือแค่โม้

จากการประชุมสุดยอดผู้นำ COP26 เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ต่างสร้างความกังวลให้นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมไปทั่วโลก เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจริงจากคำสัญญาของเหล่าผู้นำ

หลังการประชุม COP26 ที่ผ่านมานั้น มีหลายคนออกมาชื่นชม และเรียกร้องให้มีการจัดการประชุมอย่างต่อเนื่องในปี 2022 หวังให้สามารถแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการลดการใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหิน ฟอสซิล และการตัดไม้ทำลายป่า  แต่ทางนักวิทยาศาสตร์กลับออกมาแสดงความกังวลว่า การที่เหล่าผู้นำออกมาให้คำสัญญาเกี่ยวกับการจัดการสภาพแวดล้อมเช่นนั้น พวกเขาจะไม่ทำตามที่พูด อย่างเช่น ข้อตกลงที่จะพยายามไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ในยุคอุตสาหกรรมเช่นนี้นั้นช่างเป็นไปได้ยาก

Delegates pose for a picture during the UN Climate Change Conference (COP26) in Glasgow, Scotland

นักวิทยาศาสตร์ยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 1.1 องศาเซลเซียส และมันอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงแล้ว เพราะผลเสียมีตามมามากมาย ทั้งไฟป่า น้ำท่วม และภัยแล้ง

ศาสตราจารย์ เซอร์เดวิด คิง ออกมาบอกว่า “ตอนนี้อุณหภูมิของโลกมันอยู่ในระดับที่อันตรายอยู่แล้ว blue sea ของกรีนแลนด์น้ำแข็งละลายมา 3 เดือนแล้ว และตอนนี้แม้แต่ขั้วโลก ฤดูร้อนยังอุณหภูมิสูงถึง 32 องศาเซลเซียส ป่าไม้ก็ถูกเผา” และยังได้กล่าวอีกว่า “ถึงแม้จะลดการปล่อยแก๊สตามที่ตกลงกัน แต่ด้วยปริมาณแก๊สเรือนกระจกมหาศาลในชั้นบรรยากาศตอนนี้ เราก็จะยังอยู่ในสถานะที่ยากลำบากอยู่ดี”

US Special Presidential Envoy for Climate John Kerry makes a hand gesture as his team discuss matters during a informal stock taking plenary session, during an "overun" day of the Cop26 summit in Glasgow

นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญมองว่าประเทศผู้นำโลกที่ต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนลงนั้น ต่างก็กำลังทำสิ่งที่สวนทางกับคำสัญญาของตัวเอง อย่างอังกฤษที่เคยบอกว่าจะทำให้การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี 2050 และมีนโยบายยกเลิกการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน แต่กลับเพิ่มเที่ยวบินมากขึ้น สร้างถนนมากขึ้น และยังอนุมัติให้สร้างแหล่งน้ำมันใกล้กับหมู่เกาะเชทแลนด์ด้วย ส่วนฝั่งอเมริกา โจ ไบเดน ก็สัญญาอย่างดีว่าจะใช้มาตรการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็อนุมัติการสร้างถนน สะพาน และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆมากมาย ซึ่งแน่นอนว่ามันจะปล่อยแก๊สเรือนกระจกออกมามหาศาลตลอดการสร้าง

An aerial picture taken with a drone shows the coal-fired power plant in Germany

ในขณะที่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้หลายคนมองว่า สายเกินไปแล้ว ที่จะกอบกู้สภาพภูมิอากาศให้กลับมาเหมือนเดิม เอ็ด ฮอว์กินส์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศแห่งมหาวิทยาลัยเรดดิ้ง ก็ได้ออกมาบอกว่า “ตอนนี้เรากำลังอยู่ในทางชัน แล้วเราก็กำลังไถลลงมา แต่เรายังสามารถลดความเร็วในการไถลได้ คือ ยิ่งเราลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกได้มากเท่าไหร่ ผลกระทบที่ตามมาก็จะมีรุนแรงน้อยลงมากเท่านั้น” มุมมองของนักวิทยาศาสตร์


ที่มา bbc

ข่าวต่างประเทศ ทั่วโลก ข่าวด่วน ข่าวล่าสุด ข่าวกีฬา ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวต่างประเทศล่าสุด ข่าวบันเทิง ข่าวการเมือง ทุกชนิด